Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

สวัสดี ขาจร อยากเป็นขาประจำ คลิกที่นี่ 01 ตุลาคม 2014 15:09:38 *

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   บอร์ดหน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

ห้ามโพสท์กระทู้ การเมือง ศาสนา และ สถาบันพระมหากษัตริย์
ห้ามโฆษณาชวนเชื่อเข้าข่ายในการหลอกลวง ขายของ ร่วมหุ้น ลงทุน สมัครงาน เด็ดขาด
ห้ามโพสข้อความที่เกี่ยวข้องกับการเล่นการพนัน

หน้า: [1] 2 3 ... 42   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Hummer H3 H2 ราคา Lotus Elise Exige ราคา ทุกคำถามของราคาเรามีคำตอบ  (อ่าน 104929 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Monster_Ken
โทรสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดราชการคับ
Pro Driver
*

จิตพิสัย 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 593


Niche Cars Sole Authorised Dealer


เว็บไซต์
« เมื่อ: 01 กันยายน 2010 12:38:09 »

IT'S BABY HUMMER"H3" เจ้าตำนานแห่ง ฉายา KING OFFROAD
จะมีรถเพียงซักกี่คัน ที่จะสามารถพาท่านไปได้ทุกที่ ที่ท่านอยากไป

      หลังจากพลิกโฉมความแกร่งของรถที่ใช้ในการทหารในชื่อ HUMVEE ให้กลายมาเป็นรถอเนกประสงค์นามว่า HUMMER ตั้งแต่ปี 1999 ในรุ่น H1 ที่คงรูปทรงความแกร่งในแบบฉบับ HUMVEE แต่ผสมผสานความสะดวกสบาย ลงไปให้มากขึ้น และไม่นานก็ดันรุ่นที่ 2 อย่าง H2 ออกมา เพิ่มความสะดวกสบายและความหรูหรา กับมิติตัวถังที่ยังคงใหญ่ กว้างขวาง และเมื่อได้รับการตอบรับที่ดี GM (GENERAL MOTOR) ก็ได้รุกตลาดอีกครั้งในช่วงปลายปี 2005 กับน้องใหม่ตัวเล็กสุดในรหัส H3 ที่เพิ่มความคล่องตัว และคงสมรรถนะไว้ได้ไม่แพ้รุ่นพี่


NEW CHANGE, NEW IMAGE


      ภาพลักษณ์ใหม่ กับการใช้งานในเมือง รูปทรงที่ติดตาของ HUMMER ที่มีความเหลี่ยมเหมือนกล่องนั้น ได้ถูกเปลี่ยนให้มีส่วนเว้าส่วนโค้งมากขึ้นใน HUMMER H3 กระจกด้านหน้าที่ลาดเอียงเล็กน้อย แต่ยังคงเอกลักษณ์กับกระจังหน้า 7 ช่องไว้รับลมระบายความร้อนห้องเครื่อง พร้อมดีไซน์ครีบบนฝากระโปรงให้เหมือนกับรุ่น H1 ที่ทำมาเพื่อความแกร่งสไตล์ออฟโรด และความสวยงามมากกว่า ขนาดของตัวถังที่ย่อลงมาจาก H2 ให้มิติที่เล็กลงมากับความยาวตัวถังสั้นลงกว่าเดิมถึง 429 มิลลิเมตร ความสูงลดลง 152 มิลลิเมตร และกว้างน้อยลง 165 มิลลิเมตร ซึ่งเพิ่มความคล่องตัว และทำให้มิติตัวถังไปใกล้เคียงกับ SUV ระดับหรูอย่าง Jeep Grand Cherokee หรือ Land Rover Discovery 3 ทำให้การขับขี่ HUMMER H3 ภายในเมืองคล่องตัวมากขึ้น
 

      การปีนป่ายในแบบออฟโรดก็ยังคงทำได้ดี ด้วยระยะ Overhang ด้านหน้าและด้านหลังที่ตัดตรง ความสูงของใต้ท้องรถที่สูงถึง 231 มิลลิเมตร พร้อมล้อขนาด 16 นิ้ว ที่คงลวดลายล้อไว้เหมือน H2 รัดด้วยยาง All Terrain ขนาด 265/75 R16 ไว้ ให้ปะทะหัวเนินที่มีความสูงไม่เกิน 40 องศา และคร่อมหัวเนินกับระยะ 25 องศา และจากอุปสรรคไปด้วยมุม 37 องศา อย่างไม่ต้องกลัวว่าจะติดหรือสร้างร่องรอยขีดข่วนไว้ใต้ท้องรถ

     สิ่งที่สะดุดตาภายนอกของ H3 คงหนีไม่พ้นกับชุดโปร่งของตัวถังที่ยื่นออกมาห่อหุ้มล้อโตๆไว้อย่างลงตัว เพิ่มความบึกบึน รับเข้ากับแนวบันไดข้างทรงกลมที่ชุบโครเมียมเงางาม และจบลงกับท้ายทรงเหลี่ยมที่เปิดประตูด้านหลังแบบสวิงด้านข้าง พร้อมตัวไล่ฝ้าที่กระจก ที่ปัดน้ำฝนและเก็บยางอะไหล่ไว้ด้านหลังในแบบออฟโรด ที่สำคัญบริเวณกันชนยังติดตั้งขอลากมาให้อีก 1 จุด สะดวกในการใช้งาน ไม่ต้องก้มหรือหมุดใต้ท้องเหมือนรถทั่วๆ ไป


INTERIOR FOR COMFORTABLE


       ความกว้างขวาง ความสบายยังคงเหมือนเดิม      การตกแต่งภายในที่คงความทันสมัยด้วยการดีไซน์เส้นสาย และสวยงามในแบบ LUXURY SUV ด้วยการ เลือกใช้หนังแท้เป็นส่วนประกอบหลักในการตกแต่ง ตัดกับโครเมียมบางจุดที่เสริมความหรูหรา เบาะนั่งคู่หน้าขนาดใหญ่ พร้อมระบบ Heaters ที่ไม่ค่อยได้ใช้ในเมืองไทยเท่าไร เพิ่มความสะดวกสบายด้วยระบบไฟฟ้าที่ช่วยให้การปรับ ตำแหน่งเบาะพอดีกับสรีระของแต่ละคน แต่อาจจะขาดความกระชับไปบ้างสำหรับคนไทยที่มีรูปร่างเล็ก    พวงมาลัยและคันเกียร์หุ้มด้วยหนังแท้พร้อมเพิ่มความกระชับในยามขับขี่
 
     
      ที่นั่งด้านหลัง สามารถพับได้โดยแบ่งสัดส่วน 60/40 เพิ่มเนื้อที่ให้กับห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายจนมีความจุสูงถึง 55.7 cu.-ft. และยังมีซันรูฟขนาดใหญ่ 36.1x 24.6 นิ้ว ซึ่งมีระบบเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ ความปลอดภัยที่มี Air bags ด้านหน้าและด้านข้างเป็นมาตรฐาน พร้อมระบบ Passenger Sensing เป็นเทคโนโลยี ที่ใช้น้ำหนักของผู้โดยสารด้านหน้าควบคุมการทำงานของ Airbags เพื่อจะให้แอร์แบ็กทำงานในแต่ละจุดที่มีน้ำหนักกดลง ผู้โดยสารที่เป็น   เด็กเล็กที่น้ำหนักไม่มากนั่งอยู่ Airbags ก็อาจจะไม่ทำงานเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจทำให้ เด็กบาดเจ็บจากแรงอัดของ Airbags นอกจากนี้ยังสามารถเช็คลมยาง ผ่านมอนิเตอร์ภายในรถอีกด้วย
 

      ความบันเทิงที่เพียบพร้อม เล่นได้ทั้งวิทยุ และ CD พร้อมทั้งเป็น Changer ในตัวถึง 6 แผ่น ส่งมิติเสียง ผ่านลำโพงถึง 7 ตัวรอบคัน นอกจากนี้ยัง HUMMER H3 ยังติดตั้งฮาร์ดแวร์ของ On Star Telematics ที่ใช้ในการติดต่อ สื่อสารหรือรับฟังข้อมูลข่าวสาร และเพิ่มความปลอดภัยในยามขับขี่ด้วยระบบแฮนด์ฟรีที่ติดตั้งมาให้กับรถ

Based on the Chevy Colorado
ความปลอดภัยของโครงสร้างสูงสุด


     ลักษณะเด่นของ HUMMER H3 ก็คือ"แชสซีส์" ที่มีการสร้างให้ผสมผสานกันระหว่างความนุ่มนวลและความแข็งแรง โดยนำเอาพื้นฐานของแชสซีส์มาจากกระบะพันธุ์แกร่งอย่าง Chevrolet Colorado ซึ่งเป็นรถที่อยู่ในเครือ GM เช่นเดียวกัน ให้การควบคุมในเมืองและออฟโรดได้ดี

     โดยแชสซีส์มีการปรับปรุงให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ประกอบไปด้วย Ladder frame ที่เชื่อมต่อกันทั้งแผง พร้อมระบบกันสะเทือนหน้าแยกอิสระ (INDEPENDENT) แบบ SLA Torsion Bar และการออกแบบการขับเคลื่อนฮอตช์คิส "Hotchkiss" พ่วงด้วยระบบกันสะเทือนหลังแบบ Hotchkiss Multi-Leaf หรือแบบแหนบแผ่นซ้อนที่คนไทยคุ้นเคยกัน
 

      สำหรับใต้ท้องรถที่มีการตีการ์ดปิดป้องกันถึง 4 จุด ตั้งแต่ Skid ด้านหน้า, อ่างน้ำมันหล่อลื่นที่ปิดรวมไปถึงบริเวณ เพลาหน้าไปในตัวด้วย, Transfer Case และที่ถังน้ำมัน ระบบพวงมาลัยแบบ Rack And Pinion ที่มีอัตราทดอยู่ที่ 17:1 กับรัศมีวงเลี้ยวแค่ 5.55 เมตร       นอกจากนี้ยังเสริมระบบป้องกันการชน ซึ่งมีทั้งระบบรักษาความปลอดภัย ที่มากับโครงสร้างที่แข็งแกร่ง เปรียบเสมือนเกราะ สามารถป้องกันผู้โดยสารทั้งการชนด้านข้างและด้านหน้า ซึ่งเป็นโครงสร้างเหล็กกล้าเริ่มตั้งแต่เสา A รวมขึ้นไปถึงบนหลังคายาวไปจรดเสา D และระบบหลีกเลี่ยงก่อนการเกิดอุบัติเหตุด้วยดิสก์เบรกที่พ่วงระบบเบรก Electro-hydraulic ทั้ง 4 ล้อ, ABS พร้อมด้วย Dynamic Rear Proportioning ซึ่งดีสำหรับการ ควบคุมการหยุดให้นิ่งสนิทได้อย่างรวดเร็ว



PERFECT ENGINE & TRANSMISSION
ขุมพลังดี ส่งกำลังเยี่ยม...ผ่านทุกอุปสรรค


     HUMMER ยังคงยึดเครื่องยนต์ Vortec เป็นขุมพลังให้กับ H3 แต่ลดความจุลงมาเหลือเพียง 3,500 ซี.ซี. ในแบบ 5 สูบแถวเรียงที่ร้อนแรงด้วยกำลังม้าถึง 220 ตัว ที่ 5,600 รอบ/นาที (SAE) และสร้างกำลังแรงบิดได้มาก 225 ปอนด์-ฟุต ที่ 2,800 รอบ/นาที ด้วยการทำงานในแบบ Dual Overhead Cams และ Variable Valve Timing ซึ่งนับเป็นคุณสมบัติเด่นของ H3 ช่วยให้มีความประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น
 

     H3 นับเป็น Hummer รุ่นแรกที่มีเกียร์ให้เลือก 2 แบบ ทั้งแบบธรรมดาและอัตโนมัติ ซึ่งในรุ่นที่ทำการ ทดสอบนี้เป็นแบบเกียร์อัตโนมัติ โดดเด่นด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Hydra-Matic 4L60-E ที่ให้การถ่ายทอดกำลังได้ไม่แพ้เกียร์ธรรมดา ทำงานควบคู่ไปกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบมาตรฐาน ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ 2 สปีด ที่มีอัตราทดปกติที่ 2.640:1 และอัตราทดต่ำที่ 4.03:1 สำหรับการข้ามสิ่งกีดขวางที่สูงชันมากๆ ซึ่งยังแบ่งการทำงาน ทั้งสิ้นถึง 4 โหมด ตั้งแต่ 4 High-Range Open ใช้ในทางไฮเวย์ แรงเร็ว, 4 High-Range Locked เพิ่มแรงบิดให้ส่งไปยังล้อหน้าหรือล้อหลังก็ได้ตามแต่ต้องการ, 4 Low-Range Locked ใช้ผ่านอุปสรรค เช่น ปีนไต่ก้อนหินใหญ่ วิ่งบนทรายลึก หรือทางลื่นบนหิมะ และ 4 Low-Range Locked ที่บวกด้วยการล็อกเฟืองท้าย ให้ทุกอุปสรรคผ่านได้อย่างไม่มีปัญหา เพิ่มความมั่นใจสูงสุดกับระบบ Full & function traction Control ที่ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์และระบบเบรก ที่สามารถควบคุมรถได้ แม้กระทั่งเหลือล้อเดียวที่ทำงานได้ เพราะอีก 3 ล้ออยู่บนพื้นผิวที่ลื่นก็ตาม

สมรรถนะที่ไม่ธรรมดา ค้ำคุณภาพไว้กับชื่อของ HUMMER


     สำหรับการใช้งานของ HUMMER แค่ได้ยินชื่อ หลายท่านคงส่ายหัวกับความใหญ่โต แต่ความคล่องตัวที่ขาดหาย ไปใน HUMMER รุ่นก่อนๆ คงไม่มีให้เห็นในรุ่น H3 เพราะ HUMMER H3 มีขนาดตัวถังที่ไม่ใหญ่อย่างรุ่นพี่อย่าง H1 และ H2 ที่ต้องขอช่องจอดรถในตึก 2 ช่องเพื่อจอดรถ 1 คัน เพราะความใหญ่ของตัวรถ HUMMER H3 ที่เทียบเท่า Jeep Grand Cherokee หรือ Land Rover Discovery 3 ซึ่งเป็นจุดประสงค์หลักของ HUMMER ที่ผลิตรุ่น H3 ออกมาเพื่อตอบสนองการใช้งานในเมืองชดเชยในรุ่น H1 และ H2 เครื่องยนต์ที่พกความจุมาถึง 3.5 ลิตร 5 สูบเรียง ในห้องเครื่องที่เรียบง่ายนั้น ให้กำลังที่มหาศาลเลยทีเดียว เมื่อดูจากอัตราเร่ง 0-100 km/h ที่ใช้เวลาไปเพียง 11.4 วินาที กับน้ำหนักรถที่มีอยู่กว่า 2 ตัน กับผู้โดยสารอีก 2 คน และสามารถสัมผัสพละกำลังของเครื่องยนต์ได้มากกว่า 90% ตั้งแต่รอบเครื่องแค่ 1,600 รอบต่อนาทีเท่านั้นเอง อัตราสิ้นเปลืองที่ใช้ชีวิตในเมืองระดับ 6.8 km/l อาจจะดูไม่สวยงามเท่าไร แต่คงเอาไปชดเชยกันได้เมื่อต้องไปวิ่งทางไกล ที่ให้ความประหยัดระดับ 8.54 km/l ที่ความเร็วเฉลี่ย 100-120 km/h การขับขี่ผ่านอุปสรรค ก็ไม่ใช่ว่าหรูแล้วลุยไม่ได้ เพราะการออกแบบที่ต้องลุยได้ ในสไตล์ HUMMER นั้น ให้รถวิ่งฝ่าน้ำในระดับความสูงที่ 400 มิลลิเมตร ในความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่างสบายๆ ไม่มีอาการ ดีดดิ้นให้เสียว และยังสามารถวิ่งในความเร็ว Walking Speed หรือความเร็วประมาณไม่เกิน 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อระดับความสูงของน้ำมีมากถึง 610 มิลลิเมตร ได้อย่างสบายๆ


**จากนิตยาสาร ออฟโรด

      บริษัท นิช คาร์ จำกัด เป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยของรถซุป เปอร์คาร์ Lamborghini, Hummer, Lotus, Mercedes-Benz Lorinser, และ Aston Martin  บริษัท นิช คาร์ จำกัด ให้บริการมากว่า 30 ปี มีจำนวน 3 สาขา คือ ถนนศรีนครินทร์ , Lamborghini Bangkok and Hummer, และ Lotus Supercar ชั้น 2 ห้างสยามพารากอน

      บริษัท นิช คาร์ จำกัด ขอปฎิเสธการรับเข้าบริการ ซ่อมแซม สั่งอะไหล่ สั่งของแต่ง และอื่นๆให้กับรถ Hummer ที่ซื้อกับผู้นำเข้าทั่วๆไปและอื่นๆ  ทางบริษัทจะรับบริการ ซ่อมแซม สั่งอะไหล่ สั่งของแต่ง และอื่นๆให้เฉพาะกับรถที่ซื้อกับทางบริษัท นิช คาร์ จำกัด เท่านั้น   บริษัท นิช คาร์ จำกัด มีบริการรับซื้อคืนเมื่อลูกค้าต้องการเปลี่ยนรถด้วยราคาที่ท่านพอใจ (รับซื้อคืนเฉพาะรถ Hummer ที่ซื้อกับบริษัท นิช คาร์ จำกัด เท่านั้น)

**สิทธิพิเศษ ท่านสามารถจอดรถ Hummer H3 ของท่านโซนซุปเปอร์คาร์ ชั้น G ห้างสยามพารากอน และ สามารถใช้บริการ Lamborghini and Hummer Lounge with High Speed WiFi ที่โชว์รูม Lamborghini and Hummer ชั้น 2 Automobile Area ห้างสยามพารากอน ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆงสิ้น**
  
     สอบถามข้อมูลรถโดยละเอียด การจองรถ ของแถม แคมเปญล่าสุด และส่วนลดพิเศษด่วน!  มีจำหน่าย ทั้ง มือ1 และ มือสอง
คุณ เคน Sales Representative ของ บริษัท นิช คาร์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยจากประเทศสหรัฐอเมริกาของรถ Hummer
โทร.080-6039-247 คับ

ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างรถ HUMMER H3 กับรถขู่แข่ง




ความสามารถ ของ HUMMER H3

http://www.youtube.com/watch?v=2_1z8JSE63A&feature=related

ในตอนนี้ทางบริษัท Niche Cars Sole Authorised Dealer ได้เปิดการจอง Hummer H3 และ Hummer H2 สำหรับท่านที่ต้องการรถตามสเปค ทั้งสีภายใน และสีภายนอก ท่านสามารถเลือกได้ดั่งใจต้องการ นี่คือเวลาที่ดี ที่สุด ในการตัดสินใจ ซื้อ Hummer กับทาง Niche Cars Sole Authorised Dealer รถ Hummer H3 ทุกคัน เป็นพวงมาลัยขวาแท้ จากโรงงาน Hummer และเป็นสเปคเมืองไทยแอร์เย็นสบาย เพราะไม่ได้ใช้ Heater ตามสเปค เมืองนอก และที่สำคัญ รถ Hummer ของท่านยังสามารถเติม Gasohol 91-95 ซึ่งทำได้แต่เฉพาะ รถ Hummer ที่ออกจากบริษัท Niche Cars Sole Authorised Dealer เท่านั้น
    
     หมายเหตุ สำหรับท่านทีตัดสินใจ ออกรถที่นิช คาร์ สิ่งที่นอกเหนือ จากการที่ท่านได้รับรถที่คุณภาพดีที่สุดแล้วนั้น ท่านยังจะได้รับการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยมที่สุดอีกเช่นเดียวกัน ฝ่ายช่างเทคนิค ของนิช คาร์ ทุกท่านได้รับการอบรม ขั้นพิเศษจาก GM บริษัทแม่ของ HUMMER ที่สหรัฐอเมริกา เพื่อในการดูแล รักษารถ HUMMER ของท่านอย่างถูกต้อง และรวดเร็วที่สุดในการรับรถ
บันทึกการเข้า

Monster_Ken
โทรสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดราชการคับ
Pro Driver
*

จิตพิสัย 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 593


Niche Cars Sole Authorised Dealer


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 01 กันยายน 2010 12:41:07 »

HUMMER"H2" ราชันย์ ออฟโรด
รถออฟโรดตัวพ่อ! ดุ-หล่อ-ดีไซน์แรง-มีเอกลักษณ์ รถในฝันของใครหลายคน

   


     กำเนิดจากภารกิจรับใช้กองทัพในฐานะยุทธยานยนต์คันหลัก จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นรถ "Humvee" ตามภาพยนตร์แนวสงครามหลายต่อหลายเรื่อง ทางผู้ผลิตในสมัยนั้น คือ "AM General Corporation" มองเห็นช่องทางด้านการตลาดจึงได้ผลิตออกขายให้กับพลเรือนทั่วไป และเปลี่ยนชื่อซะใหม่เป็น "Hummer" โดยรูปทรงภายนอกยังคงโหดเหมือนเดิมทุกประการ วัสดุต่างๆ เปลี่ยนไปเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะสมกับรถใช้งานบนท้องถนน ภายในติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพิ่มเข้าไปเพื่อให้แตกต่างกับรถใช้งานใน กองทัพ อาทิ กระจกไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ เครื่องเสียง พรมปูพื้น และวัสดุดูดซับเสียงภายในห้องโดยสาร ในบอดี้นั้นมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "H1"  จนในปี 1999 รถลุยค่ายนี้ตกไปอยู่ภายใต้ร่มเงาของ "GM" หนึ่งใน "Big Three" ของสหรัฐอเมริกา การบริหารงานและแผนการตลาดจึงเป็นระบบมากยิ่งขึ้น แล้วในที่สุดก็คลอดตัว "H2" ออกมา โดยเน้นขนาดที่เล็กลง ตัวถังที่เบาขึ้นเพราะตัว "H1" น้ำหนักรวมทะลุ 3 ตัน ไปอีก 251 กก. และที่สำคัญรูปลักษณ์ต้องเข้าตากรรมการมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่ดิบและสุดแสนจะดุดันเหมือนในเวอร์ชั่นแรก


     การออกแบบ Hummer H2 ยังอยู่ในรูปทรงกล่อง ไม่แตกต่างจาก H1 มากนัก จนฝรั่งตั้งชื่อให้เป็น "Hummer DNA" แต่ถูกลบเหลี่ยมออกไปเล็กน้อย ดูทันสมัยมากขึ้น เมื่อจับไปเปรียบเทียบสัดส่วนกัน H2 จะยาวกว่าอยู่ 134 มม.นัยว่าต้องการเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร รวมถึงเผื่อไว้สำหรับเบาะนั่งแถวที่สาม ทางด้านความสูง H2 สูงกว่า 71 มม. สำหรับความกว้างอันเคยเป็นอุปสรรคบ้างในตัว H1 เมื่อต้องวิ่งร่วมถนนกับรถคันอื่นๆ ด้วยขนาด 2,197 มม. มาถึง H2 ถูกลดลงเหลือ 2,062 มม. โครงสร้าง GM ยัดเยียดเทคโนโลยีสมัยใหม่ ใส่ให้อย่างเต็มที่ ด้วยเฟรมแบบ 3 ส่วน ส่วนแรกหน้าสุด หรือ Front Section เป็น Crush Zone ออกแบบให้ดูดซับแรงกระแทกเมื่อเกิดการชนขึ้นจากทางด้านหน้า ถัดมา Mid Frame เน้นความแข็งแกร่งแต่ทว่ายืดหยุ่น ลดการสั่นสะเทือน ช่วยในการขับขี่ทั้งบนไฮเวย์ และทางออฟโรด ส่วนสุดท้าย คือ Rear Frame เสริมความแข็งแรงเป็นพิเศษ รองรับการลากรถ เทรลเลอร์พิกัดน้ำหนักสูงถึง 3,909 กก. หรือเกือบๆ 4 ตันเลยล่ะ ทั้งหมดทำให้ H2 ลดน้ำหนักลงมาเหลือ 2,909 กก. เปิดประตูก้าวเข้าสู่ห้องโดยสาร พบความเปลี่ยนแปลงชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ขณะที่ H1 เสริมแต่งจากรถในภารกิจทางการทหาร ภายในเล่นเอาหลายคนรับไม่ได้ แค่ตอนหน้าก็แย่แล้ว เพราะเบาะนั่งฝั่งซ้ายและขวาถูกเบียดบังด้วยอุโมงค์เกียร์ขนาดมหึมา สืบเนื่องจากตำแหน่งการวางเครื่องยนต์ใน H1 จะอยู่สูง และล้ำเข้ามากินพื้นที่ของห้องโดยสารมากพอควร ใน H2


     การวางเครื่องยนต์อยู่ในตำแหน่งเดียวกับรถเครื่องวางหน้าปกติ คอนโซลกลางจึงออกแบบได้เหมือนกับรถยนต์ทั่วไป ซึ่งออกแบบได้ดูดี ในลักษณะแข็งแรงบึกบึนเหมาะเจาะลงตัวกับรูปแบบตัวรถอย่างไร้ที่ติ หลายส่วนประดับด้วยโลหะวาววับสะดุดตา อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมีมาให้เพียบพร้อม ไม่แตกต่างจากรถ SUV หรูๆ ทั่วไป อาทิ กระจกไฟฟ้า ระบบปรับอากาศควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ สำหรับเครื่องเสียงประกอบด้วยเครื่องเล่น CD พร้อมลำโพง 6 ตัว รอบห้องโดยสาร โดยมี Bose(r) มาเป็นผู้ออกแบบระบบเสียงให้ บานประตูทั้ง 4 ซีลหนาแน่นถึง 3 ชั้น นอกจากป้องกันน้ำเล็ดลอดเข้าสู่ห้องโดยสารในยามลุยแล้ว ยังทำให้การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารทำได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย


     ขุมพลังที่ต้องพา H2 ที่มีน้ำหนักร่วมๆ 3 ตัน ตระเวนไปในทุกพื้นที่ ต้องมีสมรรถนะที่โดดเด่นพอตัว GM เลือกเครื่องยนต์ตระกูล "Vortec" จับยัดลงใต้ฝากระโปรงหน้า เป็นบิ๊กบล็อกเบนซิน"V8" ขนาดความจุ 6.0 ลิตร ผลิตม้าอเมริกันล่ำๆ ออกมาได้ 316 ตัว ถ้าจับไปเทียบกับ H1 ขานั้นใช้เครื่องดีเซล มีพละกำลังเพียง 195 แรงม้า ที่ดุเดือดตามลักษณะของเครื่องดีเซล คือ แรงบิดมหาศาล 58.63 กก.-ม. ส่วนเครื่อง "Vortec" แรงบิดหดหายไปเหลือเพียง 49.0 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบต่อนาที แต่ก็มากพอที่จะพา H2 ทะยานจากจุดหยุดนิ่งถึง 100 กม./ชม. เพียง 10.1 วินาที


     ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ถ่ายทอดกำลังผ่านชุด Transfer ไปปั่นล้อทั้ง 4 ทั้งรูปแบบ "High" และ "Low" ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเปลี่ยนมาใช้ทอร์ชั่นบาร์ ขนาด 46 มม. กับเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นคานแข็งพร้อมแขนยึดหลายจุด ที่ทางผู้ผลิตเรียกชื่อว่า "ไฟว์ลิงค์" ใช้คอยล์สปริงในรุ่นมาตรฐาน และมีแอร์สปริงหรือถุงลมมาให้เลือกเป็นออปชั่นเสริม นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ช่วยในการขับขี่อีกมากมาย ทั้ง "TCS" ช่วยลดอาการลื่นไถล โดยใช้เบรกควบคุมอย่างอิสระในแต่ละล้อ , ระบบ "TC2" ทำให้การลุยฝ่าทั้งทรายและโคลนง่ายขึ้น รวมถึงระบบเบรก ABS ที่เป็นแบบ 4 Sensor 4 Channel


ข้อมูลทางเทคนิค
เครื่องยนต์

แบบ                     V8สูบ 48 วาล์ว OHV
ฝาสูบ/เสื้อสูบ              อะลูมินัมอัลลอย/เหล็กหล่อ
ขนาด (ซี.ซี.)              5,967
ความกว้างกระบอกสูบ X
ระยะชัก (มม.)             101.6 X 92.0
อัตราส่วนกำลังอัด           9.4 : 1
แรงบิดสูงสุด               49.0 kg-m @ 3,600 rpm
กำลังสูงสุด                316 SAE hp @ 5,200 rpm

ระบบส่งกำลัง 
               
เกียร์                     เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด
พวงมาลัย
ชนิด                     ลูกปืนหมุนวน พร้อมเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรง
ระบบกันสะเทือน
หน้า                     ทอร์ชั่นบาร์ เหล็กกันโคลง
หลัง                     ไฟว์ลิงค์ เหล็กกันโคลง   
ระบบเบรก
หน้า                     ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน
หลัง                     ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน

ในตอนนี้ทางบริษัท Niche Cars Sole Authorised Dealer ได้เปิดการจอง Hummer H3 และ Hummer H2 สำหรับท่านที่ต้องการ รถ ตามสเปค ทั้งสีภายใน และสีภายนอก ท่านสามารถเลือกได้ ดั่งใจต้องการ นี่คือเวลาที่ดี ที่สุด ในการตัดสินใจ ซื้อ Hummer กับทาง Niche Cars Sole Authorised Dealer รถ Hummer H3 ทุกคัน เป็นพวงมาลัยขวาแท้ จากโรงงาน Hummer และเป็นสเปคเมืองไทยแอร์เย็นสบาย เพราะไม่ได้ใช้ Heater ตามสเปค เมืองนอก และที่สำคัญ รถ Hummer ของท่านยังสามารถเติม Gasohol 91-95 ซึ่งทำได้แต่เฉพาะ รถ Hummer ที่ออกจากบริษัท Niche Cars Sole Authorised Dealer เท่านั้น
     
     หมายเหตุ สำหรับท่านทีตัดสินใจ ออกรถที่นิช คาร์ สิ่งที่นอกเหนือ จากการที่ท่านได้รับรถที่คุณภาพดีที่สุดแล้วนั้น ท่านยังจะได้รับการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยมที่สุดอีกเช่นเดียวกัน ฝ่ายช่างเทคนิค ของนิช คาร์ ทุกท่านได้รับการอบรม ขั้นพิเศษจาก GM บริษัทแม่ของ HUMMER ที่สหรัฐอเมริกา เพื่อในการดูแล รักษารถ HUMMER ของท่านอย่างถูกต้อง และรวดเร็วที่สุดในการรับรถ

     สอบถามข้อมูลรถโดยละเอียด การจองรถ ของแถม แคมเปญล่าสุด และส่วนลดพิเศษด่วน!  มีจำหน่าย ทั้ง มือ1 และ มือสอง
คุณ เคน Sales Representative ของ บริษัท นิช คาร์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยจากประเทศสหรัฐ อเมริกาของรถ Hummer

บันทึกการเข้า

Monster_Ken
โทรสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดราชการคับ
Pro Driver
*

จิตพิสัย 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 593


Niche Cars Sole Authorised Dealer


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 01 กันยายน 2010 12:41:28 »

Lotus Elise Cr Special Edition
ถ้าท่านอยากเป็นผู้นำ ถ้าไม่อยากเหมือนใคร ถ้าไม่อยากไปที่ไหนๆก็เจอ คันนี้แหละคือคำตอบของทุกโจทย์

   
     เช่นเดียวกับผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ Lotus บริษัทผลิตรถยนต์เฉพาะกลุ่มสัญชาติอังกฤษก็มีรุ่นพิเศษ หรือ Special Edition ซึ่งมีแค่ 400 คันทั่วโลก  ล่าสุด Lotus มาพร้อมกับ Club Racer ที่ใช้รุ่น Elise S เป็นรถพื้นฐาน และแน่นอนว่า Lotus จะใช้งานมอเตอร์โชว์ที่แฟรงเฟิร์ต ประเทศเยอรมันนีเป็นสถานที่ในการเปิดตัวรถรุ่นพิเศษนี้ Club Racer ใช้เครื่องยนต์เดียวกับ Elise S ซึ่งก็คือ เครื่องยนต์ของ Toyota ขนาด 1.8 ลิตร ขับเคลื่อนผ่านเกียร์ 5 จังหวะ โดยมีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลา 6.1 วินาที โดยมีอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 7.6 ลิตร/100 กิโลเมตร Lotus Club Racer มีสีใหม่ให้เลือก 4 สี ภายในตกแต่งตามความต้องการของลูกค้า และมีการใช้วัสดุน้ำหนักเบา


     4 สีที่ว่า เป็นสีเก่าที่ใช้กับรถยนต์ของ Lotus เมื่อทศวรรษ 1960 ซึ่งก็คือ สีเหลือง Elite สีเทา Carbon สีฟ้า Sky และสีขาว Old English ล้ออัลลอย 6 ก้านทำด้วยวัสดุแอนทราไซท์น้ำหนักเบา หุ้มด้วยยาง Yokohama AD07 LTS ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้จะต่างกับรถรุ่นอื่นๆของ Lotus ทั้งนี้เพื่อให้เป็นรุ่นพิเศษจริงๆ

   
     สีภายนอกแต่ละสียังถูกนำไปใช้ตกแต่งภายในรถด้วยเช่นกัน โดยมีการแต่งลายด้วยสีเงินและสีดำ ในขณะที่เบาะนั่งมีการใช้ผ้าชั้นดีน้ำหนักเบา เกียร์และเบรคมือใช้วัสดุแอนทราไซท์ชุบแบบ anodize มีการปักมือโลโก้ Club Racer (CR) ตรงบริเวณที่รองศีรษะของเบาะนั่ง ส่วนพื้นที่พักเท้าของคนขับและผู้โดยสารมีการใช้วัสดุอลูมิเนียมชุบแบบ anodize เช่นกัน






**ที่มาจาก autospinn
ข้อมูลเปรียบเทียบ Lotus กับรถคู่แข่ง

มีจำหน่ายทั้ง 2Eleven Evora Exige s Scura และ Elise s Elise Cr สนใจ ท่านสามารถ ชมรถได้ที่ บริษัท นิช คาร์ จำกัด ได้ที่ ถนนศรีนครินทร์ Lamborghini Bangkok and Hummer, และ Lotus Supercar ชั้น 2 ห้างสยามพารากอน
 
     สำหรับรถ Lotus Elise Cr Special Edition ที่มีจำหน่ายเพียงแค่ 4 คันเท่านั้น ในประเทศไทย และในตอนนี้ ยังมีจำหน่ายอยู่ 2 คัน 2 สีเท่านั้น "ด่วน" บริษัท Niche cars ได้จัดโปรโมชั่น สุดพิเศษ ให้กับท่านที่รักในความแตกต่าง ท่านสามารถเป็นเจ้าของ รถ Super Cars ระดับแนวหน้าของโลกอย่าง Lotus ได้ในราคา เบาๆ ที่ 3,700,000 บาท  และที่พิเศษไปกว่านั้น ท่านยังสามารถ นำรถคันเก่งของท่านมา มาTrade เป็น รถ Lotus Elise Cr Special Edition ได้อีกด้วย

หมายเหตุ : การ Trade รถ ท่านสามารถทำได้แต่เฉพาะ รถ Lotus Elise Cr Special Edition เท่านั้น



Updat 19-11-10 ในตอนนี้ทางบริษัท นิชคาร์ จำหน่าย Lotus Elise Cr Special Edition สีฟ้า ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วคับ และในขณะนี้ ยังมีสีเหลืง อีก 1 สี 1 คันเท่านั้นพร้อมกับโปรโมชั่นสุดพิเศษ ที่ท่านต้องตลึง ตั้งแต่ผมขายรถมา โปรโมชั่นนี้ดีที่สุดแล้วคับ รีบโทรมาเลยคับ 080-603-9247 เคน Confirm คับ    
    
     สอบถามข้อมูลรถโดยละเอียด การจองรถ ของแถม แคมเปญล่าสุด และส่วนลดพิเศษด่วน!  มีจำหน่าย ทั้ง มือ1 และ มือสอง
คุณ เคน Sales Representative ของ บริษัท นิช คาร์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยจากประเทศอังกฤษ โดย Lotus
โทร.080-6039-247 คับ

Updat 04-01-11ล่าสุด รถ  Lotus Elise Cr Special Edition สีเหลืองได้จำหน่ายให้ กับคุณ พริส ไปเป็นที่เรียบร้อยอีกคันแล้วต้องขอ ขอบพระคุณทุกท่านที่โทรเข้ามาสอบถามคับในส่วนนี้ท่านใดยังสนใจ สามารถ สั่งรถ Lotus Elise ได้ตลอดเวลา คับ


บันทึกการเข้า

Monster_Ken
โทรสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดราชการคับ
Pro Driver
*

จิตพิสัย 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 593


Niche Cars Sole Authorised Dealer


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 01 กันยายน 2010 12:41:42 »

Lotus Exige Scura/Stealth Special Edition 35 คันทั่วโลก แล้วหนึ่งเดียวใน ไทย
เท่ห์ สวย ดุ คือนิยาม ของ Scura


     Exige Scura เป็นรถรุ่นพิเศษอีกหนึ่งรุ่นจากค่าย Lotus ที่จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลกที่งาน Tokyo Motor Show ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที 21 ตุลาคม ศกนี้ คำว่า Scura แปลว่า “ดำมืด” ในภาษาอิตาเลี่ยนที่ถือว่าเป็นการสะท้อนรูปลักษณ์ใหม่ของรถในตระกูล Exige ที่ใช้สีดำด้านเป็นสีพื้นพร้อมสีดำแบบ Phantom เป็นเส้น 3 แถบด้านข้างใต้ประตู รถสปอร์ทเล็กรุ่นนี้ใช้ สปลิตเตอร์หน้าทำด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ใบพัดดูดอากาศแบบ oil cooler ช่องอากาศด้านข้าง สปอยเลอร์หลัง รวมถึงการใช้ล้ออัลลอยหลอมน้ำหนักเบาสีดำด้านหุ้มด้วยยางสมรรถนะสูงของYokohama รุ่น A048 LTS ภายในก็ยังมีการใช้สีดำเป็นสีหลัก โดยเบาะนั่งและคอนโซลกลางตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ เบรคมือและหัวเกียร์มีการทำอะโนไดซ์ให้สีโลหะเป็นสีแอนทราไซต์ โดยวัสดุตกแต่งที่ทำด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมดจะมีการลงแลคเกอร์เพื่อให้ ความมันวาวและคงทน


     Lotus Exige Scura ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ ซุปเปอร์ชาร์จ ขนาด 1.8 ลิตร ของ Toyota จากรุ่นท็อปของ Lotus อย่าง Exige Cup 260 โดยให้กำลัง 260 แรงม้าที่ 8,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 236 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ/นาที โดยกำลังจะถูกส่งไปยังล้อหลังผ่านกล่องเกียร์ 6 จังหวะ C64 น้ำหนักเบา Lotus อ้างว่า การที่ใช้อุปกรณ์หลายส่วนเป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่รวมถึงเบาะที่นั่งสไตล์ สปอร์ท คอนโซลกลาง และชุดแต่งภายนอก ทำให้ลดน้ำหนักของรถลงไปถึง 10 กิโลกรัม น้อยกว่าน้ำหนักของ Exige S 220 แรงม้า ที่มีน้ำหนักอยู่ที่ 925 กิโลกรัม


     บริษัทฯเผยว่า Exige Scura สามารถทำความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงภายในเวลา 4.1 วินาที และ 0 ถึง 160 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ภายใน 9.9 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 245 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยรวมอยู่ที่ 8.5 ลิตร/100 กิโลเมตร และมีอัตราการปล่อย CO2 สู่อากาศที่ 199 กรัม/กิโลเมตร ระบบที่น่าสนใจอื่นๆได้แก่ ระบบควบคุมการออกตัว ระบบ Slip Traction Control ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับรถให้เข้ากับสภาพพื้นถนนและสไตล์การขับขี่ของ ตัวเอง damper แบบปรับได้ 2 ทาง ของ Ohlins และความสูงของระดับการขับลดลงไปอีก 10 มิลลิเมตรเหลือเพียง 120 มิลลิเมตร Lotus มีแผนจะผลิต Exige Scura เพื่อจำหน่ายทั่วโลกเพียง 35 คันเท่านั้น



LOTUS EXIGE S สปอร์ตคาร์...พันธุ์ดิบ

สปอร์ตซูเปอร์คาร์ที่ได้รับฉายาว่า ฉลามบก



     Exige S ถือเป็นสปอร์ตคาร์รุ่นล่าสุดในตระกูล Exige ที่ได้รับคำจำกัดความว่าเป็น “Extreme Performance” ของโลตัส โดยภายนอกนอกจากจะได้รับการออกแบบให้ตัวรถมีสไตล์ที่สวย สปอร์ต ดุดันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ยังได้คำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ด้วย โดย Exige S ที่ประกอบไปด้วยชุดแอโรไดนามิค จะสามารถสร้างแรงกดบนตัวรถได้ถึง 41.2 กิโลกรัม ในขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยแบ่งเป็นด้านหน้า 19.3 กิโลกรัม และด้านหลัง 21.9 กิโลกรัม ด้านโครงสร้างตัวถังได้รับการออกแบบให้มีความปลอดภัยโดยใช้เทคโนโลยีเดียว กับรถแข่ง ภายในต้องบอกว่ารถคันนี้ให้อารมณ์ดิบแบบสุดๆ ไม่ต่างจากรถแข่งพวงมาลัยแบบ 3 ก้านวงเล็ก ไม่มีพาวเวอร์ เบาะนั่งก็ปรับได้สไลด์เท่านั้น


     ซึ่งทางโลตัสได้ให้ข้อมูลว่าเป็นการวางตำแหน่งเบาะที่วิจัยมาแล้วว่าเป็น ตำแหน่งในการขับที่สามารถควบคุมรถได้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังมีเกียร์แบบธรรมดา 6 สปีด แป้นเหยียบที่เป็นเพียงอะลูมิเนียมน้ำหนักเบามาใช้เป็นวัสดุ ระบบปรับอากาศแบบปรับด้วยวิธีหมุนธรรมดา ไม่มีระบบอัตโนมัติแต่อย่างใด จะหรูขึ้นมาหน่อยก็จะมีชุดเครื่องเสียงแบบเล่นซีดีได้ กระจกไฟฟ้า ที่วางแก้ว 1 ช่อง ระบบความปลอดภัยมีแอร์แบคให้ 1 ใบที่ฝั่งคนขับเท่านั้น ขณะที่ระบบเบรกเป็นของเบรมโบพร้อม ABS


     ขุมพลังซึ่งเป็นไฮไลท์ของรถคันนี้ ได้เลือกใช้เครื่องยนต์รหัส 2 ZZ-GE ของโตโยต้า แบบ 4 สูบเรียงวางกลาง DOHC 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 218 แรงม้า ที่ 7,800 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 215 นิวตัน - เมตร ที่ 5,500 รอบต่อนาที โดยแบกน้ำหนักตัวรถเพียงแค่ 935 กิโลกรัม ส่งผลให้มีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักอยู่ที่ 4.3 แรงม้าต่อ 1 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งจากปัจจัยนี้จึงทำให้รถคันนี้ ทำความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาแค่ 4.3 วินาที ซึ่งถือว่าทัดเทียมกับซูเปอร์คาร์อย่างลัมโบร์กินี่เลยทีเดียว และถือว่าเร็วที่สุดในสายการผลิตรถยนต์โลตัสในขณะนี้ ส่วนความเร็วสูงสุดก็ทำได้ถึง 238 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งนี่เป็นเพียงข้อมูลตามสเป็ค ส่วนอารมณ์การขับจริงๆ นั้นถึงแม้จะไม่ได้ทดสอบถึงอัตราเร่งและความเร็วตามสเป็คมากนัก เพราะสนามที่ใช้ขับค่อนข้างเล็กและสั้น แต่ก็สามารถรับรู้ได้ถึงของอารมณ์ของรถที่พร้อมจะเป็นรถแข่งแล้วจริงๆ ทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด แบบ Close Ratio ให้ช่วงของเกียร์สั้นและชิดมาก เรียกได้ว่า 1-2-3 รอบขึ้นเร็ว ขับสนุก แต่ช่วงที่ได้ลองขับแรกๆ จะรู้สึกว่าพวงมาลัยหนักไปซักนิด เพราะไม่มีระบบพาวเวอร์นั่นเอง แต่ก็ให้อารมณ์การขับที่มันไปอีกแบบ จนเมื่อขับไปซักระยะหนึ่งก็เริ่มชินและรู้สึกได้ถึงการควบคุมทุกอย่างที่ อยู่ในมือเรา แม่นยำและเที่ยงตรงไม่ต้องผ่านระบบอะไรต่างๆ ให้วุ่นวาย

     มาที่ด้านช่วงล่างกันบ้างต้องบอกว่าด้วยระบบกันสะเทือนที่ด้านหน้าและด้าน หลังเป็นแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น และยางแบบ Soft ของโยโกฮาม่า ให้การควบคุมง่าย คล่องตัวสูง และซับแรงกระแทกได้ดี ถึงแม้ว่าช่วงล่างจะมีความเป็นสปอร์ตหนึบหนับมาก แต่ก็ไม่ถึงกับกระด้างจนนั่งไม่สบาย ซึ่งก็เป็นไปตามคอนเซ็ปต์การออกแบบที่บอกว่า “Exige S ไม่ใช่นักรบบนสนามแข่งอย่างเดียว แต่เป็นสปอร์ตคาร์ที่เหมาะจะใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วยนั่นเอง

ข้อมูลเปรียบเทียบ Lotus กับรถคู่แข่ง

มีจำหน่ายทั้ง 2Eleven Evora Exige s Scura และ Elise s Elise Cr สนใจ ท่านสามารถ ชมรถได้ที่ บริษัท นิช คาร์ จำกัด ได้ที่ ถนนศรีนครินทร์ Lamborghini Bangkok and Hummer, และ Lotus Supercar ชั้น 2 ห้างสยามพารากอน
    
      สอบถามข้อมูลรถโดยละเอียด การจองรถ ของแถม แคมเปญล่าสุด และส่วนลดพิเศษด่วน!  มีจำหน่าย ทั้ง มือ1 และ มือสอง
คุณ เคน Sales Representative ของ บริษัท นิช คาร์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยจากประเทศอังกฤษ โดย Lotus



บันทึกการเข้า

Monster_Ken
โทรสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดราชการคับ
Pro Driver
*

จิตพิสัย 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 593


Niche Cars Sole Authorised Dealer


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 01 กันยายน 2010 12:42:14 »

LOTUS EXIGE CUP 260 ปี 2010
ความเป็นตัวตนที่สะท้อน ผ่านจากเงารถ


     สปอร์ตโรดสเตอร์ของโลตัสรุ่นนี้อาศัยเทคโนโลยี่ด้านวัสดุศาสตร์ เพื่อผลทางด้านการลดน้ำหนัก โดยหลายชิ้นส่วนผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ สามารถลดน้ำหนักไปประมาณ 38 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับรุ่นปี 09 ครื่องยนต์ที่ติดตั้ง ขนาด 1.8 ลิตร แบบ 4 สูบแถวเรียง ติดซูเปอร์ชาร์จ Eaton M62 จำนวน 4 วาล์วต่อสูบ ระบบเพลาราวลิ้นคู่เหนือฝาสูบ ระบบจ่ายเชื้อเพลิงหัวฉีดอิเล็กทรอนิคส์ ติดตั้งแคทาไลติค คอนเวอร์เตอร์แบบสปอร์ต สามารถรีดแรงม้าสูงสุด 257 แรงม้าที่ 8000 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุด 174 ปอนด์-ฟุตที่ 6000 รอบต่อนาที เฉลี่ยให้แรงม้าต่อลิตร 142.8 แรงม้าต่อลิตร โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสำหรับการขับขี่ในเมืองเท่ากับ 23 ไมล์ต่อแกลลอน และนอกเมือง 39 ไมล์ต่อแกลลอน และปล่อยค่าคาร์บอนมอน็อกไซด์เฉลี่ย 199 กรัมต่อกิโลเมตร สมรรถนะการทำความเร็ว จาก 0-100 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ภายในเวลา 4.1 วินาที โดยได้รับการวางรูปแบบเครื่องยนต์วางกลางลำตัว ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ส่วนระบบถ่ายทอดกำลังเป็นแบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด โดยอัตราทดเฟืองท้ายเท่ากับ 4.529:1


     ระบบพวงมาลัยเป็นแบบฟันเฟืองและตัวหนอน มีเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรง ระบบเบรกแบบดิสก์มีร่องระบายความร้อนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ดิสก์คู่หน้า ขนาด 308 มิลลิเมตร ดิสก์คู่หลัง ขนาด 282 มิลลิเมตร ติดตั้งระบบเบรก ABS ระบบเสริมแรงเบรกและระบบควบคุมการกระจายแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิคส์ ระบบกันสะเทือนติดตั้งโช๊คอัพของ Ohlins แบบปรับระดับได้ โครงสร้างแชสซีส์ออกแบบรองรับระบบกันสะเทือนที่ให้การยึดเกาะถนนได้เพิ่ม ขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกับติดตั้งเหล็กกันโคลงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รูปลักษณ์ภายนอกได้รับการออกแบบเป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์ ติดสปอยเลอร์ท้ายขนาดใหญ่ ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่พัฒนาต่อเนื่องมาจากรถต้นแบบรุ่น Exige GT3 Concept ที่เปิดตัวไปในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ เมื่อปี 2007 มีน้ำหนักเบา และให้ดาวน์ฟอร์ชสูง 42 กิโลกรัม ที่ความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมกับติดตั้งแผงจัดระเบียบอากาศใต้พื้นรถที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ โดยมีความจุถังเชื้อเพลิงสูงสุด 9.6 แกลลอน กระทะล้อ ขนาด 17 นิ้ว ลวดลาย 5 ก้าน สีดำ ติดตั้งยางโยโกฮาม่า รุ่น A048 LTS


     สปอยเลอร์หน้าออกแบบมีช่องดักอากาศขนาดใหญ่ กรอบไฟหน้ารูปทรงเรียว ฝากระโปรงหน้ามีช่องระบายอากาศ เหนือหลังคาติดตั้งช่องดักอากาศเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์ที่วางไว้กลางลำตัว หลังซุ้มล้อหน้ามีช่องระบายอากาศ หน้าซุ้มล้อหลังมีช่องดักอากาศกรอบไฟท้ายรูปทรงกลมคู่ ฝากระโปรงท้ายออกแบบเป็นสปอยเลอร์ท้ายขนาดใหญ่ ปลายท่อไอเสียรูปทรงไข่ ผลิตจากสแตนเลส ติดตั้งไว้บริเวณตรงกลางภายในห้องโดยสารออกแบบสไตล์รถแข่ง เบาะที่นั่งหุ้มด้วยหนังแท้ พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน แผงหน้าปัดออกแบบเป็นไปตามหลักสรีรศาสตร์ มาตรวัดรูปทรงกลม หัวเกียร์ผลิตจากอะลูมิเนียม แป้นควบคุมคันเร่งและเบรกผลิตอะลูมิเนียมแบบรถแข่ง


     สปอร์ตโรดสเตอร์โมดิฟายสไตล์รถแข่งรุ่นนี้ ออกแบบให้สามารถส่งลงแข่งในรายการต่าง ๆ โดยเฉพาะในรายการ Lotus Cup Europe Race Series โดยเครื่องยนต์เสริมสมรรถนะด้วยการติดซูเปอร์ชาร์จ และการลดน้ำหนักด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ อาทิเช่นในส่วนของฝากระโปรงหน้า, แผงหน้าปัด, โครงสร้างเบาะที่นั่ง ช่องดักอากาศด้านข้างและช่องดักอากาศเหนือหลังคา และแบตเตอรี่สำหรับรถแข่งที่มีน้ำหนักเบาพิเศษ กระทะล้อหล่อแข็งน้ำหนักเบา นอกจากนี้รูปทรงภายนอกออกแบบให้สามารถระบายความร้อนจากเครื่องยนต์ได้รวด เร็ว Lotus Exige Cup 260 รุ่นปี 2010 สปอร์ตโมดิฟายเวอร์ชั่นสนามแข่ง ได้รับการติดตั้งระบบ Launch Control ป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัวและติดตั้งระบบควบคุมการยึดเกาะถนน

ข้อมูลเทคนิค 2010 LOTUS EXIGE CUP 260


เครื่องยนต์- แบบ 4 สูบแถวเรียง ติดซูเปอร์ชาร์จ Eaton M62 4 วาล์วต่อสูบ เพลาราวลิ้นคู่เหนือฝาสูบ

อัตราความจุ- 1.8 ลิตร

ระบบจ่ายเชื้อเพลิง- หัวฉีดอิเล็กทรอนิคส์

แรงม้าสูงสุด- 257 แรงม้าที่ 8000 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด- 174 ปอนด์-ฟุตที่ 6000 รอบต่อนาที

เฉลี่ยแรงม้าต่อลิตร- 142.8 แรงม้าต่อลิตร

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง- ในเมือง 23 ไมล์ต่อแกลลอน , นอกเมือง 39 ไมล์ต่อแกลลอน

รูปแบบ- วางเครื่องกลางลำ/ขับหลัง

ระบบถ่ายทอดกำลัง- ธรรมดา 6 สปีด

อัตราทดเฟืองท้าย- 4.529:1

สมรรถนะ

จาก 0-100 ไมล์ต่อชั่วโมง- 4.1 วินาที

ความจุถังเชื้อเพลิงสูงสุด- 9.6 แกลลอน

ระบบพวงมาลัย- ฟันเฟืองและตัวหนอน มีเพาเวอร์

ระบบเบรก- ดิสก์มีร่องระบายความร้อนทั้ง 4 ล้อ , หน้า ขนาด 308 มม. หลัง ขนาด 282 มม.

ระบบเบรก ABS ระบบเสริมแรงเบรกและระบบควบคุมการกระจายแรงเบรก

กระทะล้อ- ขนาด 17 นิ้ว

น้ำหนักรถเปล่า- 1962 ปอนด์
ข้อมูลเปรียบเทียบ Lotus กับรถคู่แข่ง

มีจำหน่ายทั้ง 2Eleven Evora Exige s Scura และ Elise s Elise Cr สนใจ ท่านสามารถ ชมรถได้ที่ บริษัท นิช คาร์ จำกัด ได้ที่ ถนนศรีนครินทร์ Lamborghini Bangkok and Hummer, และ Lotus Supercar ชั้น 2 ห้างสยามพารากอน
    
      สอบถามข้อมูลรถโดยละเอียด การจองรถ ของแถม แคมเปญล่าสุด และส่วนลดพิเศษด่วน!  มีจำหน่าย ทั้ง มือ1 และ มือสอง
คุณ เคน Sales Representative ของ บริษัท นิช คาร์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยจากประเทศอังกฤษ โดย Lotus


บันทึกการเข้า

Monster_Ken
โทรสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดราชการคับ
Pro Driver
*

จิตพิสัย 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 593


Niche Cars Sole Authorised Dealer


เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 01 กันยายน 2010 12:42:34 »

สิ่งที่คุณควรรู้ถ้าคุณกำลังจะตัดสินใจซื้อ Lamborghini


     สิ่งที่สำคัญทีสุดที่ท่านจะได้รับจากการซื้อรถกับ Niche car,Sole Authorized Dealer แห่งเดียวใประเทศไทยคือสิทธิในการรับการบริการด้วยมาตรฐานเดียวกันกับ Lamborghini,Italy เหตุผลสำคัญอีกหลายประการ ที่ทำไมท่านควรจะซื้อรถ Lamborghini จาก นิช คาร์ ตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย
บริษัท นิช คาร์ จำกัด และ Automobilli Lambopghini, Italy รับประกันรถใหม่ที่ท่านซื้อถึง 3 ปี ด้วยอะไหล่แท้ที่ส่งตรงจาก Lambopghini, Italy มายัง นิช คาร์ โดยทาง DHL เพื่อความรวดเร็ว
     รถ Lambopghini ทุกคันที่ผลิตตั้งแต่ ปี 2009  จะมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยรุ่นล่าสุดที่มีชื่อว่า Immobilizer 4 With Download ซึ่งการทำงานของระบกล่องสมองกลของรถจะถูกเชือมต่อ On Line เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟมของ Lambopghini  ที่อิตาลี่ ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า GETO TOKEN เพื่อป้องกันมิให้ผู้ที่ไมใช่ตัวแทนจำหน่าย และไม่ได้รับการอบมโดยตรงจาก Lambopghini, Italy มาซ่อมถอย่างผิดๆ และนี่คือเอกสิทธิเฉพาะสำหรับ นิช คาร์ ตัวแทนจำหน่ายแห่งเดียวในไทย
     รถ Lambopghini ที่ผลิตขึ้น เพื่อ นิช คาร์ จะมี Spec การทำงานของเครื่องยนต์ และระบบหล่อเย็นที่มีอุณหภูมิเหมาะสมกับการใช้ในประเทศไทย รถ  Lambopghini ที่ผลิต และนำเข้ามาจากทางยุโรป จึงไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ในประเทศไทยซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่าที่ยุโรปมาก รถ Lambopghini ที่ผลิตขึ้นเพื่อ นิช คาร์ สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ได้
กฏข้อบังคับระหว่าง Automobilli Lambopghini, Italy กับ Sole Authorized Dealer ทั่วโลกมีว่า Warranty รถ 3 ปี จะสิ้นสุดลงทันที เมื่อมีการส่งรถออกนอกประเทศที่ซื้อรถเป็นมือแรก
     รถ Lambopghini ทุกคันทีลูกค้าซื้อจาก Sole Authorized Dealer จะได้รับการอัพเกรดซอพแวร์เว่อชั่นล่าสุด ทุกครั้งที่นำรถเข้ามาเซอร์วิช โดยช่างที่ผ่านการอบรมจากอิตาลี จึงเป็นการยืนยันได้อย่างชัดเจนถึงความสามารถของ นิช คาร์ ในการดูแลรักษา รถ Lambopghini ท่ไดมาตรฐานเดียวกับทางโรงงานได้เพียงแห่งเดียวในไทย และ บริการสุดพิเศษนี้มีให้เฉพาะลูกค้าที่ออกรถ Lambopghini กับทาง นิช คาร์ เท่านั้น
นิช คาร์ คอลเซ็นเตอร์ ศูนย์สายด่วนเพื่ออำนวยความสะดวก และให้บริการนอกสถานที่แก่ลูกค้าในกรณี ต่างๆ เช่น การรับ-ส่งลูกค้าด้วยรถสไลด์ สำหรับลูกค้าที่ไม่สะดวกนำรถเข้ามาที่ศูนย์บริการ อีกทั้งยังมีความพร้อมในการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ด้วยทีมบริการที่เตรียมพร้อม ตลอด 24 ชั่วโมง
     ลูกค้าของ Sole Authorized Dealer คือ VIP คนสำคัญที่จะได้รับเกียรติเข้าชมโรงงานผลิตรถ Lambopghini ที่อิตาลีได้ตลอด
ลูกค้าของ นิช คาร์ จะได้รับเกียรติเป็นหนึ่งในสมาชิก Lambopghini Club Thailand พร้อมรับสิธิพิเศษเหนือใคร

หมายเหตุ : ทางบริษัท ขอสงวนสิทธิในการซ่อมรถ ให้แก่ลูกค้าที่ซื้อรถกับบริษัท นิชคาร์ จำกัด เท่านั้น

ข้อมูลเปรียบเทียบรถ Lamborghini กับรถคู่แข่ง

สอบถามข้อมูลรถโดยละเอียด การจองรถ ของแถม แคมเปญล่าสุด และส่วนลดพิเศษด่วน!  มีจำหน่าย ทั้ง มือ1 และ มือ 2
คุณ เคน Sales Representative บริษัท นิช คาร์ จำกัด ผู้แทนจำหน่าย Lamborghini อิตาลี อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย


บันทึกการเข้า

Monster_Ken
โทรสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดราชการคับ
Pro Driver
*

จิตพิสัย 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 593


Niche Cars Sole Authorised Dealer


เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 01 กันยายน 2010 12:43:06 »

ขอขอบคุณ คุณกอล์ฟ RX8 ที่ไว้ใจเลือกเทรดรถ กับนิชคาร์ ขอขอบคุณคับ
14-11-10
บันทึกการเข้า

Monster_Ken
โทรสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดราชการคับ
Pro Driver
*

จิตพิสัย 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 593


Niche Cars Sole Authorised Dealer


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 01 กันยายน 2010 12:43:20 »

up
บันทึกการเข้า

Monster_Ken
โทรสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดราชการคับ
Pro Driver
*

จิตพิสัย 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 593


Niche Cars Sole Authorised Dealer


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 01 กันยายน 2010 12:43:44 »

up
บันทึกการเข้า

Monster_Ken
โทรสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดราชการคับ
Pro Driver
*

จิตพิสัย 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 593


Niche Cars Sole Authorised Dealer


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 01 กันยายน 2010 12:44:02 »

up
บันทึกการเข้า

Monster_Ken
โทรสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดราชการคับ
Pro Driver
*

จิตพิสัย 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 593


Niche Cars Sole Authorised Dealer


เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 01 กันยายน 2010 12:44:16 »

up
บันทึกการเข้า

Monster_Ken
โทรสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดราชการคับ
Pro Driver
*

จิตพิสัย 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 593


Niche Cars Sole Authorised Dealer


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 01 กันยายน 2010 12:44:38 »

up
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 3 ... 42   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.18 | SMF © 2006, Simple Machines
หน้าหลัก | ข้อบังคับสมาพันธ์ฯ | เงื่อนไขและข้อตกลง | ติดต่อสมาพันธ์ฯ |
สมาพันธ์ออฟโรดแห่งประเทศไทย เลขที่ 4/299 หมู่ 5 ซ.ลาดปลาเค้า 66 ถ.ลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ บางเขน กรุงเทพฯ 10220 โทร. 0-2522-1731-8
สถานที่จัดทำเวบไซต์ เลขที่ 7/185 ซ.สุภาพงษ์ ถ.ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250 โทร. 0-2752-6896
© Off Roaders Federation of Thailand All Rights Reserved.   OFT Stats  สถิติเวบบอร์ดสมาพันธ์